Work Text:
“อ่า… อืม…ม”
ลมหายใจของทั้งสองเป่ารดเหนือร่องริมฝีปากของกันและกัน เมื่อความเปียกชื้นอันร้อนระอุสัมผัสเข้ากับอากาศเย็น ๆ จากภายนอก ท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาทั้งหมดนั่นก็หลอมละลายกลายเป็นไอละออง
ฮ่า…
ไคลส์ที่พยายามดันเรียวลิ้นแทรกกลางระหว่างรอยแยกกลีบปากที่เม้มแน่น แต่ไม่ว่าจะไล่เลียซ้ำอย่างไรหัวหน้าของเขาก็ไม่ยอมเปิดทางให้กันเสียที
ได้! ชอบให้เล่นไม้แข็งงั้นสิ…
ถือว่าหัวหน้าเอ็นคริดบังคับเขาก่อนเองนะ- คนตัวเล็กกว่าผละปากออกชั่วคราวแต่ปลายเท้าที่เขย่งยืดก็ยังคงเขย่งต่อไป สองมือกางกักร่างของคนผมดำในชุดลาดตระเวนเข้าสัดเข้าส่วนไว้ มองดูเจ้าของแผ่นอกกว้างใหญ่หอบหายใจจนเนินอกกระเพื่อมขึ้นลง ทั้งที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
แฮก…
ละสายตาจากสิ่งนี้อย่างยากลำบาก เพื่อสบกับนัยน์ตาสีน้ำเงินเจือม่วงงดงามราวกับไม่มีอยู่จริง…
อีกฝ่ายทำหน้าฉงน องศาของศีรษะเองก็เอียงนิด ๆ ไอขาวที่เจ้าตัวพ่นออกมาไม่นานก็จางหายไป …ไคลส์จับจ้องเอ็นคริดพลางเลียริมฝีปากในหัวเริ่มคิดอยากทำอย่างอื่นมากกว่าแค่การจูบแล้ว แต่สถานที่อย่างตรอกเปลี่ยวคับแคบแบบนี้ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเท่าไหร่
—เอาจริง ๆ วันนี้เขาก็ทำตัวใจกล้าผิดวิสัยอยู่ไม่หน่อยเหมือนกัน แต่จะให้ทำยังไงได้เล่า.. มีเพียงแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะพอบรรเทาอาการหงุดหงิดงุ่นง่าน-
ไคลส์ใช้ปลายนิ้วเย็นจัดสัมผัสเข้าที่ใบหูที่แดงขึ้นมานิด ๆ ของเอ็นคริด แล้วเริ่มลากไล้ตามโครงสร้างกระดูกอ่อน-
“อึก…”
ดวงนัยน์คู่งามหรี่ลงในขณะที่หัวคิ้วสีเข้มเฉียบคมขยับเข้าหากันนิด ๆ ปากอิ่มพยายามจะเปล่งเสียงพูด
“ไคลส์…”
ให้ตายสิชอบชะมัดเวลาเรียกชื่อกันเนี่ย… ไม่ใช่เจ้าตาโตหรืออะไรแต่เป็น ‘ไคลส์’ ก็แค่ไคลส์เท่านั้นเอง
ในที่สุดคนผมแดงก็เปลี่ยนจากใบหูไปเป็นหลังคอ เรียวนิ้วสอดเข้ากลุ่มผมดกดำพลางกระชับนวดลำคอไปพลาง อาศัยจังหวะที่ทางนั้นปิดเปลือกตาลงอย่างข่มกลั้น ช่วงชิงริมฝีปากและลมหายใจอุ่นระอุนี้อีกหน ครานี้รายนั้นกลับยอมเผยมันออกอย่างง่ายดาย อาจจะด้วยความเผลอไผล หรือเคลิบเคลิ้ม… จะอะไรก็ช่าง- แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นลอดหลุดมือไป แขนอีกข้างสอดกระชับช่วงเอวสอบให้ลำตัวของพวกเขาแนบเบียดชิดกัน ดั่งลมหายใจที่พัวพันสอดประสาน แลกเปลี่ยนของเหลวแก่กันและกันจนแยกไม่ออก
“อืออ…อ”
เอ็นคริดเริ่มจะตามลมหายใจของคนตัวเล็กกว่าไม่ทันแล้ว ในอกของเขาปั่นป่วนเล็กน้อย ไคลส์ไม่ใช่แค่จูบแบบเกี้ยวพาหรือยั่วให้เขาเป็นฝ่ายไล่ตามอย่างทุกที ครั้งนี้มันรบเร้าเอาแต่ใจยิ่งกว่านั้น.. อย่างกับพยายามจะเอาชนะเลย
ตื่นเต้นจัง…
แต่จะเอาชนะใครกันล่ะ? ปกติเจ้าคนขี้ขลาดนี่ใจกล้าถึงขนาดขับเคี่ยวอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้เสียที่ไหน
แฮ..ก อึก-
ร่างสะโอดสะองเผลอกลืนน้ำลายที่ถูกป้อนให้เสียหลายอึก ดวงตาของเขาเลื่อนลอยนิด ๆ จากความวาบหวามที่อีกฝ่ายมอบให้ มือของเอ็นคริดยกขึ้นขยุ้มชุดผ้าเนื้อหยาบบริเวณลาดไหล่ อ่า… เลียเพดานปากแบบนั้นมันขี้โกงกันนิ-
ฉึบ…
อะ-
เรียวขาที่แทรกเข้ามาระหว่างกลางทำเอาลมหายใจของคนเป็นหัวหน้าถึงกับสะดุด ลิ้นของเขาถูกดูดดึงจนน้ำลายบางส่วนไหลย้อยลงมาจนถึงปลายคาง แผ่นท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหดเกร็ง …ในหัวคิดอะไรแทบไม่ออก
อื้ออ แฮ่ก…
“แฮก.. ให้ตาย- ทำหน้าอะไรแบบนั้นครับหัวหน้า… ชอบจูบผมจนเก็บลิ้นเองไม่ได้เลยรึไง”
อืออ
ไม่พูดเปล่าไคลส์ยังใช้นิ้วคีบลิ้นสีสดเล่น จะว่าช่วยเก็บให้ก็ไม่เชิงออกจะเป็นการหยอกล้ออย่างได้ใจเสียมากกว่า
เอ็นคริดหลุบตาเชื่อมมองสีหน้าของคนผมสีสดก่อนเริ่มดูดเลียสองนิ้วในโพรงปาก อวัยวะอ่อนนุ่มพันเกี่ยวเรียวนิ้วขณะห่อปากรูดจนเกิดเสียงชื้นแฉะ-
ท่าทางลามกอย่างกับตอนดูดคxยกันไม่มีผิด… ไคลส์คิด ในขณะที่ช่วงล่างเริ่มปวดหนึบขึ้นมาจนต้องท่องว่าตรงนี้ไม่ได้..
ฮ่า… แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกดีขึ้นเป็นกอง เขาถอนนิ้วออกแต่คนผมดำกลับทำหน้าเหมือนเสียดาย ไม่คิดจะให้ความร่วมมือความอดทนกันบ้างเลย
“อึก.. อารมณ์ดีขึ้นมาแล้วเหรอ…?”
ครับ ดีขึ้นถม… แต่ว่าเขาจะไม่ยอมรับหรอก เพราะนั่นมันก็เท่ากับยอมรับว่าหงุดหงิดเรื่องนั้นนะสิ…
แล้วสมองก็ไพล่นึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ เจ้าคนชอบแม่หม้ายนั่นชื่ออะไรนะ เอ็นรี? อะไรก็ช่าง- …อ่า ไม่น่าเผลอไปนึกถึงเลย คนตัวเล็กยกมือขึ้นปกปิดใบหน้าครึ่งซีกที่กำลังแสดงอารมณ์
อืม…ไคลส์ไม่อยากให้หัวหน้าเอ็นคริดเห็นสักเท่าไหร่ ว่าตนเองกำลังเกิดความรู้สึกที่เรียกว่าหึง
เพราะมันไม่เห็นจะเข้าท่าเลยสักนิด-
?
เอ็นคริดมองท่าทางคิดหนักนั่นก็อดไม่ได้ที่จะออกปากถาม
“เป็นอะไร”
“เปล่าครับ- ก็แค่อยาก… จูบน่ะ”
แค่อยากจูบเท่านั้นเอง
“ไม่ได้มีเหตุผลอะไรพิเศษอื่นหรอกครับ”
ใช่ มันไม่มีอะไรสักหน่อย
End.
